มารีวิวเครื่องสำอางค์กันดีกว่า ภาค 1
2011-08-05 18:30
เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบากนะคะว่าไหม ?? กว่าจะออกจากบ้านได้ ต้องบำรุงกันเยอะแยะค่ะ หรือเป็นคนเดียวก็ไม่รูู้เนอะ :)
ก่อนอื่นขออกตัวก่อนว่าไม่ได้เก่งถึงขนาดมาสอนได้ แต่พอดีว่าชอบ หรือจะเรียกว่าจิตใจฝักใฝ่ก็ได้ค่ะ วันนี้เลยจัดไปตามคำเรียกร้อง
เกริ่นกันมานานแล้ว เริ่มเลยดีกว่าค่ะ
ภาพที่เห็นนี้ เป็นรูปเครื่องสำอางค์ที่ใช้อยู่ ตั้งแต่ขั้นตอนหลังจากล้างหน้าเสร็จไปจนถึงก่อนการลงรองพื้นค่ะ ดูจากภาพเหมือนจะเยอะ เหมือนต้องตื่นมาทาทั้งหมดนี่ตั้งแต่ตี 4 หรือเปล่า ? ว่าแล้วเราไปหาคำตอบกันทีละชิ้นดีกว่าค่ะ ว่าแต่ละชิ้นเอาไว้ทำอะไรบ้าง
เรียงตามลำดับจากชิ้นบนทางด้านซ้ายไปทางขวานะคะ
ชิ้นแรก : Clinique Clarifying Lotion หรือที่เรารู้จักกันว่ามันคือโทนเนอร์นั่นเองค่ะ โทนเนอร์นั้น สรรพคุณที่ BA แจ้งมาคือช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และช่วยกระชับรูขุมขนค่ะ โดยวิธีใช้คือใช้หยดลงบนสำลีสัก 2- 3 หยดแล้วเช็ดให้ทั่วใบหน้าค่ะ...ขวดดนี้ยังไม่ได้เริ่มใช้เลยยังบอกไม่ได้ว่าใช้แล้วเป็นยังไง เด๋ววันหลังจะมาแจ้งผลค่ะ
ชิ้นที่ 2 : Eucerin Dermo Purifyer ชิ้นนี้ก้เป็นโทนเนอร์เหมือนกันค่ะ สรรพคุณและวิธีใช้จะคล้าย ๆ กับชิ้นที่ 1 ค่ะ จะแตกต่างกันที่ส่วนผสมนิดหน่อย..ผลหลังจากการใช้รูขุมขนไม่ได้เล็กลงแต่อย่างใด กว้างเท่าไหร่ก็ยังเท่านั้น แต่มันจะช่วยให้เราลงครีมบำรุงในขั้นต่อไปง่ายขึ้นค่ะ เพราะเราได้กำจัดเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปก่อนนั่นเองค่ะ
ชิ้นที่ 3 : Hada Labo Super Hyaluronic Acid Moisturizing Lotion ขวดนี้ก็เนื้อจะคล้าย ๆ โทนเนอร์ค่ะ คือจะเป็นน้ำใสๆ ซื้อมาเพราะ__เค้าเคลมไว้ที่ขวดว่าเป็นสกินแคร์ที่ขายได้วินาทีละ 4 ขวดในประเทศญี่ปุ่นค่ะ__ สรรพคุณของเจ้าตัวนี้ คือจะเป็นตัวช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้าค่ะ เหมาะมาก ๆ กับอากาศเย็น ๆ แห้ง ๆ ตอนนี้ วิธีใช้ก็หยดโลชั่นลงบนฝ่ามือ แล้วก็ตบ ๆ ลงบนหน้าให้มันซึมลงไปที่ผิวค่ะ ..ผลการใช้คือ หลังจากใช้แล้วหน้าชุ่มชื่นจริง ๆ แต่จะเจ็บหน้านิดหน่อยเพราะตบแรงมากกลัวโลชั่นไม่ซึม อิอิ
ชิ้นที่ 4 : BSC Purecare Water Drop Essence ขวดนี้เป็นเนื้อ Essence ค่ะเอาไว้ใช้เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้าค่ะเหมือนกับ Hada Labo ..ผลหลังการใช้ ก็รู้สึกว่าชุ่มชื่นดีค่ะ แต่ไม่เท่าตัว Hada Labo และใช้แล้วหน้ามันกว่าด้วยค่ะ
ชิ้นที่ 5 : Skin Food Pore Sake Serum ขวดนี้เป็นเนื้อ Serum เค้าว่ากันว่าเนื้อ Serum จะเป็นเนื้อที่มีความเข้มข้นมากกว่าโลชั่นและจะบำรุงได้ดีกว่า ตัวนี้สรรพคุณที่เค้าอ้างมาคือบอกว่าจะช่วยยับยั้งความมันบนใบหน้าและช่วยกระชับรูขุมขนค่ะ ..ผลจากการใช้คือ ช่วงแรกๆหน้ามันน้อยลง แต่ไป ๆ มาๆ ก็มันเท่าเดิม และรูขุมขนก้ไม่ได้เล็กลงแต่อย่างใดค่ะ
ชิ้นที่ 6 : Caudalie Pulpe Vitaminee ตัวนี้เป็นเนื้อ emulsion ค่ะ ตัวนี้เป็นตัวใช้บำรุงผิกทุกวันค่ะ ส่วนสรรพคุณไม่รู้เนื่องจากเจ้าขวดนี้ พี่โอ๋(ศิริฉัตร) ซื้อมาจากฝากฝรั่งเศส แล้วพอดีอ่านภาษาฝรั่งเศสไม่ออกก็เลยใช้ไปอย่างนั้นล่ะค่ะ :) แต่เดา ๆ ได้ว่าน่าจะช่วยให้ความชุ่นชื่นและลดริ้วรอยด่างดำ เนื่องจากมีส่วนผสมของเม็ดองุ่นค่ะ ..ผลการใช้ ก็เฉย ๆ ค่ะ ชุ่มชื่นดี รอบด่างดำก็ลดไปนิดหน่อยมั้งคะ
ชิ้นที่ 7 : Nivea Sun Protect Water Gelครีมกันแดดสูตรน้ำ ที่ได้รับการโหวตจากสาวญี่ปุ่นว่าเป็นครีมกันแดดที่ดีที่สุดประจำปี 2009 ค่ะ เนื้อครีมจะเหลว ๆ ต่างจากครีมกันแดดทั่วไป ข้อดีคือทาแล้วหน้าจะไม่มัน และมี PA++ ส่วนข้อเสียคือ SPF แค่ 25 เอง เหมาะกับวันที่ไม่ค่อยได้ออกแดดเท่าไหร่ ถ้าใช้แล้วอยู่แต่ใน Office ก็โอเคค่ะ และอีกข้อคือหาซื้อยาก เนื่องจากที่เมืองไทยยังหาไม่เจอว่าขายที่ไหน ต้องฝากเค้าซื้อมาจากญี่ปุ่นค่ะ
ชิ้นที่ 8 : Minus Sun Facial Sun Protection ตัวนี้เป็นครีมกันแดดเช่นกันค่ะ เนื้อครีมจะดูเบาๆ บีบออกมาจะเป็นก้อน ๆ ค่ะ เนื้อครีมสีเนื้อ ข้อดีคือ SPF 40 และกันได้ทั้ง UVA และ UVB ทาแล้วไม่หนักหน้า และถ้าวันไหนไม่ต้องการเนี๊ยบมากใช้ตัวนี้แทนรองพื้นได้เลย เนื่องจากเนื้อครีมเป็นสีเนื้ออยู่แล้วค่ะ ข้อเสียคือไม่ค่อยคุมมันเท่าไหร่ค่ะ แต่ถ้าใครหน้าไม่มันมากน่าจะชอบตัวนี้นะคะ
ชิ้นที่ 9 : Za Power UV Sunscreen ครีมกันแดดที่โด่งดังที่สุดของโต๊ะเครื่องแป้งแห่งพันทิพ เนื่องจากกูรูหลายท่านฟันธงในเรื่องส่วนประกอบที่มีทั้ง Mineral, Vitamin E และสารควบคุมความมัน ที่มาพร้อมกับ SPF 40. PA+++ และความเสถียรของครีมกันแดด ข้อเสียคือหาซื้อยาก เนื่องจากจะไปซื้อทีไรหมดทุกที เพราะชาวห้องแป้งแย่งซื้อไปหมดค่ะ
ชิ้นที่ 10 : The Faceshop Make Up Base เบสตัวลือชื่อของห้องแป้งอีกตัวค่ะ สรรพคุณของเค้าตือจะช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และอำพรางจุดด่างดำบนใบหน้าค่ะ ซึ่งเบสตัวนี้จะเป็นเนื้อสีเขียวซึ่งจะช่วยให้ปกปิดรอยด่างดำได้ดียิ่งขึ้นค่ะ ข้อดีคือคุมมันได้นิดหน่อย และปกปิดรอยดำได้ดีในระดับหนึ่ง ส่วนข้อเสียคือ ถ้าทาเยอะไปหน้าจะขาววอกลอยออกมาเลยค่ะ
ชิ้นที่ 11 : KMA Base ตัวนี้เป็นเบสเนื้อใสค่ะ ใช้ทาก่อนการลงรองพื้นเพื่อช่วยควบคุมความมันและช่วยให้เครื่องสำอางค์ติดหน้าได้ดียิ่งขึ้นค่ะ..ผลการใช้คือ ช่วยคุมความมันได้ในระดับหนึ่ง แต่ว่าเรื่องความติดทนของเครื่องสำอางคืนี่เอาอยู่ค่ะ เคยทาไปดูคอนเสิร์ต 13 ชั่วโมงหน้ายังไม่ค่อยเลือนเลยค่ะ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่น ๆ อีกเยอะค่ะ
จบไปแล้วกับรีวิวเครื่องสำอางค์ 11 ชิ้น เล่นเอาเหนื่อยค่ะ หากอ่านแล้วมีข้อติชมประการใด และต้องการภาคต่อหรือไม่(เพราะมีเครื่องสำอางคือีกเยอะ ที่ยังไม่ได้รีวิวค่ะ) แจ้งมาได้ที่นูเลยนะคะ
สำหรับวันนี้ไปพักเหนื่อยก่อนนะ บายค่ะ :)
http://ukplazas.com/2011/reviews-of-cosmetics-is-better-than-the-first.html

